2007/May/25


ค่ำคืนนี้มาเรียไม่อาจหลับตาลงได้ บางที่มาเรียก็คิดไปเองว่าคาลิสโตอาจจะเปิดประตูห้องเดินเข้ามาหาเธอ แต่มันก็ไม่เป็นเช่นนั้น ความว่างเปล่าที่เหมือนเหวลึกไร้ก้นแทรกเข้ามาในจิตใจ เสียงเปิดประตูดังขึ้นมาเรียหันไปที่ประตูทันที แต่ผู้ที่เดินเข้ามามิใช่คาลิสโต หากแต่เป็นซิมโฟไนท์กับเกราะสีทองที่เป็นเหมือนเอกลักษณ์ประจำตัวเดินเข้ามาคุกเข่าทำความเคารพอยู่ที่กลางห้อง

ท่านซิมโฟไนท์มีธุระอะไรกับเราหรือ?

มาเรียถามขึ้นเพราะไม่คาดคิดว่าอัศวินเช่นเขาจะมาในยามวิกาลเช่นนี้

มิได้ขอรับ...... ข้าเพียงแต่มาเฝ้าช่วยเหลือท่านตามคำขอร้องของคนผู้หนึ่ง...

แม้ซิมโฟไนท์จะไม่ได้บอกว่าคนที่วานให้เขามาช่วยเป็นใคร แต่มาเรียก็พอจะรู้

ขอขอบใจท่านมาก...แต่เราสบายดี ท่านไม่ต้องเป็นห่วง...

มาเรียฝืนยิ้มขึ้นทั้งๆที่ในใจนั้นยังคงว่างเปล่า เสียงลมพัด เสียงสุนัขป่าหอน และเสียงฝีเท้าของคนนับสิบดังขึ้น มาเรียรู้สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่นาทีต่อจากนี้แล้ว ทหารสิบกว่านายเปิดประตูห้องเข้ามาอย่างไม่ปราณีปราศรัย แต่เพียงแค่เห็นซิมโฟไนท์ยืนอยู่ที่กลางห้องก็ถึงกลับถอยกรูไปตั้งหลักที่หน้าประตู

ท่านมาทำอะไรที่นี่?

เสียงของวุฒิสมาชิกเครเซนต์ดังขึ้นมาจากด้านหลังของกลุ่มทหาร เขาค่อยๆเดินฝ่ากลุ่มทหารเข้ามาในห้องเผยให้เห็นใบหน้าอ่อนวัย ซื่อใสดูไม่มีพิษภัยใดๆ หากแต่ในจิตใจนั้นมีแต่ความคิดที่ชั่วร้าย

แล้วนั่นเป็นกิจธุระของท่านงั้นรึ?

ซิมโฟไนท์พูดโต้ตอบกลับไป ไม่มีใครรู้ว่าในเวลานี้ภายใต้หน้ากากนั้นกำลังหัวเราะหรือสะใจที่ได้เหน็บแนม คนทั้งสองมีหลายๆอย่างที่เหมือนกันและมีความลึกลับพอๆกัน แต่สถานภาพ เกียรติยศ และจิตใจนั้นต่างกันโดยสิ้นเชิง เครเซนต์หัวเราะขึ้นเบาๆแต่เหมือนกับว่ากำลังขุ่นเคืองอยู่ไม่น้อย แล้วเขาก็ล้วงมือลงไปในแขนเสื้อดึงเอาม้วนกระดาษออกมาคลี่ออกอ่าน

ประกาศจากสมาชิกสภาโอราเคิ่ลลงนาม ขอให้ท่านมาเรียโปรดรับฟัง......
มาเรียก้มหน้าลงสีหน้าเรียบเฉย เธอรู้อยู่แล้วว่าสักวันมันจะต้องเกิดขึ้น เธอไม่มีอารมณ์จะเสียใจหรือตกใจอีกแล้ว ดูราวกับคนที่ไม่มีชีวิตชีวา ในเมื่อไม่มีคาลิสโตอยู่ด้วย ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราก็ไม่มีอะไรที่จะต้องสูญเสียอีกแล้ว มาเรียคิด

สมาชิกสภาเห็นถึงสุขภาพของท่าน จึงลงความเห็นให้ยกเลิกอำนาจการปกครองลงชั่วคราว และแต่งตั้งกษัตริย์ไฮแลนด์ให้ขึ้นดำรงตำแหน่งแทน ขอได้โปรดรับพิจารณาด้วย...

มาเรียไม่พูดอะไร ซิมโฟไนท์เองก็รู้สึกสงสัยในท่าทีแปลกๆของวุฒิสมาชิกหนุ่มคนนี้อยู่

เอ่อ...อีกฉบับหนึ่ง...

เครเซนต์หยิบม้วนกระดาษอีกม้วนออกมาคลี่อ่าน

เนื่องจากความผิดโทษฐานปิดบังเรื่องราวให้เป็นความลับต่อสภา สภาจึงได้ตัดสินให้ส่งตัวไปยัง...เอ่อ......ทิลมาริส...

มาเรียยังคงนั่งนิ่งแต่ซิมโฟไนท์กลับมีอาการตกตะลึงอย่างเห็นได้ชัด

พวกท่านวิปลาสไปแล้วหรือไร?! กับแค่ความผิดเพียงแค่นี้ถึงกับต้องส่งไปทิลมาริสเชียวรึ!

เขารู้ดีว่าไม่มีทางที่คนอย่างไฮแลนด์จะออกคำสั่งเช่นนี้กับผู้หญิงคนหนึ่งได้ แม้ไฮแลนด์จะเป็นคนแข็งกร้าว หยิ่งยะโส แต่ก็ไม่ได้ใจร้ายหรือบ้าคลั่งถึงขนาด ทิลมาริส สถานกักกันนักโทษที่อยู่ห่างไกลจากชีวิตมนุษย์ที่สุด ผู้คนที่ถูกส่งมาที่นี่จะถูกลืมเลือนไปจากสังคมจนสิ้น คุกน้ำแข็งที่ไม่มีหนทางหนีและต้องทนอยู่อย่างสิ้นหวังจนกว่าจะจบชีวิต ซิมโฟไนท์กำดาบเซนต์ฟลอร่าแน่น เหล่าทหารเองก็ลังเลใจกับคำสั่งในครั้งนี้อยู่เหมือนกัน ยิ่งอยู่ต่อหน้าอัศวินในตำนานพวกเขาก็เหมือนเป็นกิ่งไม้ที่เอาไปงัดกับเหล็กกล้า

ซิมโฟไนท์! ท่านคิดจะขัดคำสั่งสภางั้นรึ!

เครเซนต์ตวาดเสียงดัง แน่นอนคำสั่งฉบับแรกนั้นเป็นของจริง แต่ฉบับที่สองเป็นของปลอมที่เครเซนต์ปรุงแต่งขึ้นมาทั้งหมด

หยุดเถอะทุกคน......

มาเรียค่อยก้าวออกมาสีหน้าเรียบเฉยดูราวกับไม่มีพลังชีวิตเหลืออยู่

เราจะไปด้วยตนเอง...ท่านเครเซนต์......

บัดนี้หญิงสาวผู้หนึ่งต้องถูกตีตรวน และส่งไปยังดินแดนแห่งความตาย เหล่าทหารหลายนายต่างร่ำไห้ บ้างก็มีสีหน้าเศร้าสลด ทหารย่อมต้องทำตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา แต่ไม่มีคำสั่งครั้งใดที่ทำให้สะเทือนใจได้เท่าครั้งนี้ ร่างของมาเรียกลืนหายไปในทางเดินที่มืดมิด พร้อมกับใบหน้าของเครเซนต์ที่ยิ้มเยาะจนแทบจะหัวเราะออกมาดังๆ ซิมโฟไนท์ปักดาบคู่กายลงกับพื้นเอาแขนกรีดกับดาบจนเลือดไหลอาบเกราะ ไม่มีวิธีแสดงความเศร้าโศกเสียใจแบบอื่นสำหรับอัศวินผู้นี้

ขอโทษด้วย ศิษย์ข้า ซิมโฟไนท์ผู้นี้ อยากเอื้อนเอ่ยคำขอโทษเจ้าจากใจจริง


........................................

End Period 1 : Countinue Period 2

Comment

Comment:

Tweet