เสียงกลอนประตูถูกเปิดออก วิลเลี่ยมปาดเหงื่อออกจาหน้าผากหลังจากใช้เวลาสะเดาะกลอนอยู่นาน
เอาล่ะ! เรียบร้อย คราวนี้ก็เดินอาดๆออกไปข้างนอกได้แล้ว
มีดีเหมือนกันนะเราน่ะ
เลวินพูดชมแต่วิลเลี่ยมกลับไม่รู้สึกว่าตัวเองถูกชมอยู่ คาลิสโตพุ่งตรงไปที่ทางเดิน จัดการกับยามสองคนให้สลบในพริบตาโดยไม่มีโอกาสได้อุทานอะไรสักคำเดียว ตอนนี้เขากำลังรู้สึกเป็นห่วงและกังวลกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งอยู่ คาลิสโตตบหน้าตัวเองเรียกสติกลับคืนมา ยังไม่ถึงเวลาที่จะคิดอะไรต่อมิอะไรให้มากนอกจากสถานการณ์เฉพาะหน้า
..
ที่นี่ที่ไหน...
ริลิสเดินวนเวียนอยู่ในห้องสีขาวนี้มาหลายชั่วโมงแล้ว เธอถามใครสักคนที่จะหาคำตอบได้ว่า ที่ๆเธออยู่ตอนนี้ คือที่ไหนบนโลก
ภายในตัวของเธอยังไงล่ะ
เสียงๆหนึ่ง ดังขึ้นมา
ห้องที่ว่างเปล่า สมกับเป็นตัวของเธอ ที่นี่เป็นเขตแดนของเธอ เป็นสิ่งที่เธอสร้างขึ้นมายังไงล่ะ
แล้ว ฉันเป็นใคร?
เธอคือดวงจันทร์ ส่วนฉันคือดวงอาทิตย์
ดวงจันทร์? ดวงอาทิตย์?
ใช่แล้ว ริลิส ใช่แล้ว
เสียงนี้ดังกึกก้องอยู่ในสมองของเธอ รีลิสไม่รู้ว่ามันหมายถึงอะไร เธอรู้เพียงแค่ว่าเหตุการณ์บางอย่างที่น่ากลัวกำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต โดยที่เธอไม่สามารถหยุดยั้งได้ เสียงนั้นค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงอันน่าสะพรึงกลัวราวกับปีศาจ
เจ้าชีวิตแห่งข้า... ปลดปล่อยข้าออกมาสิ... ปลดปล่อยข้าออกมา...
นัยน์ตาสีแดงทั้งสองแวววาวอยู่ในความมืดมิด ความรู้สึกบางอย่างแผ่พุ่งเข้ามาในตัวของรีลิส เสียงหัวใจเต้นระรัว สิ่งนี้ที่คนธรรมดาเรียกว่าความกลัว แต่นี่เป็นความกลัวครั้งแรกใชชีวิตของเธอ ตอนนั้นเองที่เธอต้องการจะออกไปจากที่นี่
หนีอย่างนั้นหรือ? เจ้าหนีไปไหนไม่พ้นหรอก สักวัน เจ้าก็ต้องกลับมาที่นี่อีกครั้ง
รีลิสหลับตาลง จากนั้นเสียงก็เงียบไป เธอค่อยๆลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่เธอได้เห็นคือใบหน้าของมาเรียที่แสดงความเป็นห่วง กับเสียงเอะอะอึกทึกอยู่รอบข้าง ตามมาด้วยอาการปวดหัวอย่างรุนแรง
หนี หนี ไป
ริลิสพยายามที่จะพูดออกมา
......
ทางเดินสู่ห้องโถงใหญ่ เต็มไปด้วยทหารรักษาการณ์ที่นอนสลบไสลไม่ได้สติเพราระเบิดควันสลบของเรน่า
เท่านี้ก็คงหมดแล้วล่ะ รีบไปกันเถอะ!
คาลิสโตพยักหน้ารับและออกวิ่งนำหน้าไปทันที แต่พอมาถึงที่หน้าประตูก็ต้องหยุดวิ่ง ที่หน้าประตูบานนั้นถูกขวางไว้ด้วยอัศวินในเกราะสีทองที่มีผ้าคลุมยาวสีดำสนิทคลุมทับ อัศวินผู้นั้นหยิบดาบที่ใหญ่และยาวไม่แพ้ดาบรูนซอร์ดของแวเรี่ยน ชี้มาที่หน้าของคาลิสโต
จากตรงนี้ไป เจ้าจะผ่านไปไม่ได้เด็ดขาด คาลิสโต
น้ำเสียงที่เฉียบขาดและเยือกเย็นราวน้ำแข็งดังขึ้น ท่ามกลางโถงมืดๆที่สะท้อนเสียงนั้นก้องกังวาล คาลิสโตหน้าซีดเผือด เขาไม่คิดว่าจะต้องเจอกับชายผู้นี้ในฐานะศัตรูเช่นนี้ คนอื่นๆที่วิ่งตามหลังมาเมื่อได้เห็นเหตุการณ์ก็พลอยชะงักไปด้วย
ท่านซิมโฟไนท์!
เลวินพูดขึ้น
พวกเจ้าก็ด้วย เลวิน... เรน่า...
แต่ว่า... ท่าน
คาลิสโตพยายามข่มความกลัว
ท่านอาจารย์ ทำไมต้องขวางข้าไว้ด้วย
ซิมโฟไนท์ไม่ตอบอะไร เพียงแต่ปักดาบเซนต์ฟลอร่าลงกับพื้นแล้วพูดเป็นคำสุดท้าย
หน้าที่ของข้าคือขวางพวกเจ้าเอาไว้ ใครก็ตามที่เข้ามามากว่าสามก้าว ตาย...
คาลิสโตรู้ดีว่าคนอย่างซิมโฟไนท์ คำพูดทุกคำถือเป็นคำขาดและจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง อัศวินในตำนานของกองทัพอาร์ค แห่งฟรีด้อมผู้นี้ การต่อกรกับเขาถือเป็นฝันร้ายของทหารทุกคนในสมรภูมิ ทว่า มาเรียกับรีลิสที่อยู่ในห้องข้างหน้านั้นสำคัญยิ่งกว่า คาลิสโตคิดตรึกตรองดูแล้ว จึงชักดาบออกมาและตั้งท่าเตรียมต่อสู้
เอาจริงเหรอ คุณคาลิสโต!
คาลิสโต้ไม่พูดอะไร เวลานั้นเอา เขาคิดไปถึงอุดมการณ์ของเฟนริท และคิดถึงตัวเองมาตลอดว่า ตัวเองกำลังต่อสู้เพื่ออะไร มาตอนนี้เอง คาลิสโตเหมือนจะค้นพบคำตอบนั้นแล้ว
ท่านอาจารย์ ข้าไม่เคยคิดจะต่อสู้กับท่าน แต่ตอนนี้สถานการณ์บังคับให้ข้าต้องทำ ขออภัยด้วย
กล้าหาญดีมาก ถ้าเช่นนั้นจงเข้ามา
เซนต์ฟลอร่าตวัดกวาด กินรัศมีเป็นวงกว้าง คาลิสโตก้มและพุ่งเข้าหาด้วยท่าแทง ซิมโฟไนท์ถอนดาบของตนรับไว้ได้ทัน ดาบของทั้งสองคนเข้าปะทะกันในทันที โดยไม่มีใครรู้ว่าผลของการต่อสู้ในครั้งนี้จะลงเอยเช่นไร...


