2007/May/25


ซิมโฟไนท์และคาลิสโตจ้องกันไม่กระพริบตา ดาบเซนต์ฟลอร่าประกบอยู่กับดาบของคาลิสโต ท่ามกลางห้องโถงหินอ่อนขนาดใหญ่เสียงเหล็กเสียดสีกันดังกึกก้อง เป็นการต่อสู้ที่เหนือกว่าสามัญสำนึกของนักดาบธรรมดา ทั้งสองคนกวัดแกว่งดาบอย่างชำนาญและไม่มีท่าทีเหน็ดเหนื่อยเป็นแบบนี้มาร่วมหนึ่งชั่วโมงแล้ว ทั้งการรุกการรับที่สมบูรณ์แบบ

วิชาดาบทั้งหมดของคาลิสโตได้รับการถ่ายทอดมาจากคนผู้นี้ ดังนั้นหากจังหวะเพลี่ยงพล้ำแม้แต่เสี้ยววินาทีก็อาจนำความพ่ายแพ้มาให้ได้ วิลเลี่ยมไม่เคยเห็นอะไรที่น่าตื่นเต้นเท่านี้มาก่อนในชีวิต และรู้สึกทึ่งในความสามารถของคาลิสโตที่เขาเคยคิดอยู่เสมอว่าเป็นแค่คนงี่เง่าเซ่อซ่าธรรมดาๆเท่านั้น คาลิสโตผละออกมาจากคมดาบพักหายใจเล็กน้อยในขณะที่ซิมโฟไนท์ยังคงนิ่งสงบไม่มีแม้ความเหนื่อยล้า

เท่านี้ก็น่าจะทำให้เข้าใจได้แล้วนะ เด็กโง่ เจ้าไม่มีทางชนะข้าได้ จงหันหลังกลับไปซะ แล้วรอจนกว่าการพิจารณาจะถือเป็นสิ้นสุด

ซิมโฟไนท์พูดด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น

ไม่มีทางหรอกอาจารย์ ต่อให้ต้องตายตรงนี้ ข้าก็จะต้องผ่านไปให้ได้!

โง่เขลานัก เอาล่ะ! เข้ามาอีกครั้งสิ!

น้ำเสียงที่เยือกเย็นของซิมโฟไนท์กลายเป็นเสียงตวาดดังก้อง คาลิสโตพุ่งเข้าไปหาซิมโฟไนท์ในทันที ต่างคนต่างเงื้อดาบเข้าฟาดฟันเป็นครั้งสุดท้าย แต่แล้วทั้งคู่ก็หยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นจากภายในห้องนั้น

......

รีลิสกรีดร้องขึ้น ท่ามกลางที่ประชุมที่กำลังถกเถียงกันอยู่เงียบลงในทันที ดวงตาของเธอเริ่มเปลี่ยนเป็นสีฟ้าอีกครั้ง

แย่แล้ว!

มาเรียอุทานขึ้น ลางสังหรณ์ของเธอกำลังเตือนว่าที่นี่กำลังจะเกิดเหตุร้ายขึ้น ทันใดนั้นเองทุกคนที่อยู่รอบตัวรีลิสก็ถูกผลักกระเด็นออกมาด้วยพลังบางอย่าง พื้นห้องเกิดรอยแยกเป็นรูปดาวหกแฉกเรืองแสงอีกครั้ง

เกิดอะไรขึ้นน่ะ!

เสียงผู้คน ลนลานกระสับกระสาย

ทุกคน! รีบออกไปจากทีนี่เร็ว!

มาเรียตะโกนขึ้น แต่ก็ไม่ได้ทำให้ทุกคนที่กำลังตะลึงกับเหตุการณ์นี้รู้สึกตัวได้ รีลิสรำพันคาถาโบราณออกมา ตัวตนอีกคนกำลังจะตื่นขึ้นพร้อมกับหายนะ

รีลิส! เจ้าต้องเข้มแข็งไว้นะ อย่าให้พลังของเจ้าควบคุมตัวตนเจ้าได้สิ!

มาเรียพยายามตะโกนเรียกสติรีลิส แต่ก็ไม่เป็นผล ลำพังตัวเธอไม่สามารถฝ่าเข้าไปในเขตอาคมของรีลิสได้

ทันใดนั้น เสียงเพลงจากขลุ่ยที่แสนจะไพเราะ ก็ดังเข้ามาจากภายนอกหน้าต่าง เสียงนั้นมีพลังพอที่จะทำให้ทุกคนในห้องตกอยู่ในภวังค์ กระจกหน้าต่างแตกออก ชายคนหนึ่งพร้อมกับดาบเล่มมหึมาปรารกฎตัวขึ้นพร้อมกับชายอีกคนที่บรรเลงเพลงขลุ่ยนั้น ทั้งสองคือแวเรี่ยนและโนเวล หนึ่งในเจเนซิสนั่นเอง

พวกคุณ!

มาเรียพูดขึ้นมาเป็นคำสุดท้ายก่อนที่เธอจะหมดแรงล้มลงไปเพราะฤทธิ์ของเพลงกล่อมนิทราของโนเวล

คุณหนูหลับไปก่อนเถอะนะ จากนี้เราจะจัดการเอง

แวเรี่ยนยกดาบรูนซอร์ดขึ้นฟาดผ่าเขตอาคมเข้าไปอย่างง่ายดาย เขตอาคมที่แข็งแกร่งแตกออกราวกับแก้วกระจก เป็นความสามาถในการดูดซับอาคมของตัวดาบโดยเฉพาะ

แวเรี่ยนชี้ไปยังรีลิส ปีกเรืองแสงหกปีกแผ่สยายออกมาจากกลางแผ่นหลัง

อลังการ สมกับเป็นร่างทรงของเบสเฟลเรสจริงๆ พลังอะไรจะขนาดนี้

โนเวลเดินฝ่าคลื่นพลังเข้าไปหารีลิส

แต่ตอนนี้ คุณหนูหลับไปก่อนเถอะนะ

ขลุ่ยที่อยู่ในมือเปลี่ยนรูปร่างเป็นเข็มขนาดเล็กปักลงไปที่ต้นคอของรีลิส เข็มนั้นทำให้พลังทั้งหมดแตกออกราวกับแผ่นกระจก รีลิสกลับเข้าสู่นิทราอีกครั้ง พร้อมกับเบสเฟลเรส คำที่แวเรี่ยนพูดเอาไว้และปริศนาอีกมากมาย...


เสียงอะไรกันน่ะ!

คาลิสโตอุทานขึ้นหลังจากที่ได้ยินเสียงดังจากภายในห้อง ซิมโฟไนท์ไม่พูดอะไรสักคำเดียว เขาเก็บดาบเข้าฝักและเปิดประตูที่ขวางกั้นอยู่ออก

ไปได้แล้ว

ท่านอาจารย์

คาลิสโตนึกคำพูดที่จะพูดต่อไม่ออก

ไปซะ... ไปพิสูจน์อุดมการณ์ของเจ้า

เมื่อพูดจบเกราะสีทองและผ้าคลุมพลิ้วยาวของซิมโฟไนท์ก็กลืนหายไปในเงามืดของแนวเสาหินอ่อน รีบไปกันเถอะ! วิลเลี่ยมสะกิดคาลิสโตที่ยืนมองแนวเสาอยู่

พวกคุณ...

มาเรียพยายามเปล่งเสียงพูดออกมา เธอยังไม่ได้ถูกควบคุมจากเพลงขลุ่ยของโนเวลโดยสมบูรณ์

สมแล้วที่เป็นถึงผู้นำของโอราเคิล... ดูท่าเพลงกล่อมนิทราจะใช้ไม่ได้ผลกับท่านนะ...

แวเรี่ยนชายตามองโนเวลอย่างดูถูกเล็กน้อยแต่โนเวลก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก โนเวลเดินเข้าไปพยุงมาเรียให้นั่งพิงเสา

ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ พวกเราเพื่อช่วยท่าน ตามคำสั่งของไกเซอร์

โนเวลหันไปมองรีลิสที่กำลังหลับอยู่

แน่ใจได้เลย เธอเป็นร่างทรงของเบสเฟลเรสของแท้และแน่นอน...

มาเรียรู้สึกตกใจกับชื่อเบสเฟลเรสอย่างมาก แต่ไม่ว่าจะพยายามเปล่งเสียงอย่างไรก็ไม่มีเสียงออกมาจากคอเลยแม้แต่น้อยแล้วก็หมดสติไป ในขณะนั้นเองประตูถูกพังเข้ามา คาลิสโตที่เข้ามาเป็นคนแรกตกตะลึงกับภาพที่อยู่ตรงหน้า

อ๊ะ! แกมันไอ้หนุ่มในตอนนั้นนี่นา

แวเรี่ยนชี้หน้าใส่คาลิสโต ดาบที่อยู่ในมือเริ่มสั่น ความกระหายในการต่อสู้ที่เปรียบเหมือนสัญชาตญาณพุ่งพล่านไปทั่วร่าง แต่ก็ถูกห้ามไว้ด้วยท่าทีของโนเวล การปฏิบัติหน้าที่สำคัญกว่าความรู้สึกส่วนตัว แวเรี่ยนคิด

คาลิสโตกวาดสายตามองไปทั่วห้อง ทั้งรีลิสและมาเรียต่างสลบไสลทั้งคู่ คาลิสโตกำดาบแน่น กัดฟันกรอด ถ้าเขามาเร็วกว่านี้ก็คงไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ถ้าเขาแข็งแกร่งกว่านี้ ท่านมาเรียกับรีลิส รวมถึงคนอื่นๆก็คงจะปลอดภัย ด้วยความเจ็บใจที่ฝีมืออ่อนด้อย ไม่มีพลังพอที่จะปกป้องใครสักคนได้ คาลิสโตวิ่งเข้าไปหาเจเนซิสทั้งสองทันที

แต่ก็ไม่เหลือบ่ากว่าแรงที่แวเรี่ยนจะรับดาบไว้ได้ เขาตวัดดาบเพียงครั้งเดียว ร่างของคาลิสโตก็ล้มลงและกระเด็นออกไปไกล ลูกธนูของเลวินที่พุ่งเข้ามาเกือบจะในทันทีก็ถูกโนเวลปัดทิ้ง

ใจเย็นๆหน่อยไอ้หนุ่ม ถ้าจะสู้กันก็ไว้คราวหน้าเถอะนะ

แวเรี่ยนส่ายหัวด้วยความผิดหวัง เดิมทีเขาคิดว่าคาลิสโตน่าจะสุขุมเยือกเย็นและมีสติมากกว่าตอนที่สู้กันครั้งแรก

คนในห้องนี้แค่หลับไปเพราะเพลงขลุ่ยเท่านั้น ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก หมดหน้าที่ของพวกเราแล้ว

โนเวลโบกมือไปมาเป็นสัญญาณ เพียงแวบเดียวบอลลูนลูกใหญ่ก็โผล่ออกมาจากกลีบเมฆรัตติกาล ราวกับว่ามันหายตัวมาโผล่ที่นี่ได้ทันที บันไดเชือกถูกหย่อนลงมาใกล้หน้าต่าง เจเนซิสทั้งคู่กระโดดออกไปเกาะไว้อย่างแม่นยำ

ไว้เจอกันนะ ไอ้หนุ่ม

เงาของโนเวลทอดยาวเข้ามาในห้อง ขณะที่คาลิสโตยืนมองบอลลูนติดเครื่องยนต์ เคลื่อนออกห่างอย่างรวดเร็ว เลวินก็ง้างธนูเล็งไปที่มัน ลูกธนูพุ่งฝ่าอากาศหมายจะแทงทะลุตัวลูกบอลลูนให้ร่วง แต่ทว่ากลับมีแสงสีเงินเป็นประกายพุ่งด้วยความเร็ว เข้ามากระทบกับหัวธนู เบี่ยงทิศทางของลูกธนูออกไปคนละทาง เลวินได้แต่ยืนอ้าปากค้าง

บ้าน่า! ธนูของฉันพลาดเป้าอย่างนั้นเหรอ!

บอลลูนลอยห่างออกไปจนลับสายตาแล้ว โดยที่คาลิสโตกับเลวินได้แต่ยืนมอง...

......

เลวินครุ่นคิดอยู่เกือบทั้งวันแล้วตั้งแต่พบเม็ดตะกั่วสีเงินหล่นอยู่ในห้องหลังจากที่บอลลูนของพวกเจเนซิสลับตาไป พอจะคาดเดาได้ว่ามันคืออาวุธระยะไกลอย่างเช่นปืน และคนที่ใช้อาวุธนั้นปัดวิถีลูกธนูของเขาในเวลากลางคืนในระยะเกือบสองร้อยเมตรได้ ต้องไม่ใช่คนธรรมดาๆแน่นอน

เจเนซิส...พวกนายจะเก่งกาจไปถึงไหนกัน

เลวินมองขึ้นไปบนท้องฟ้าสีเทาที่เมฆกำลังตั้งเค้า...

......

ข้อสรุปของเหล่าวุฒิสมาชิกหลังจากถกเถียงกันมาตลอดเช้าคือ พักการลงโทษรีลิสไว้ชั่วคราว เนื่องจากเหล่าวุฒิสมาชิกตาขาวทั้งหลายได้ประจักษ์กับพลังของเธอด้วยตัวเองแล้ว กษัตริย์ไฮแลนด์เองก็หวั่นเกรงกับพลังนั้นไม่น้อย เรื่องทั้งหมดจึงสงบลงในระยะหนึ่ง...

Comment

Comment:

Tweet