2007/May/25


ปราสาทหลังใหญ่สีขาวรายล้อมด้วยบ้านเมืองมากมาย ตั้งอยู่ที่ปลายสุดของทะเลที่ส่องแสงระยิบระยับเมื่อกระทบกับแสงอาทิตย์ ทั้งหลังคาและระเบียงของปราสาทเต็มไปด้วยกิ่งก้านของอนาเบิลเซนต์สีทองพันเลื้อยห้อยลงมาเป็นระย้า วิลเลี่ยมตกตะลึงในความงดงามที่ผิดกับบ้านเกิดของเขาในจักรวรรดิโดยสิ้นเชิง

ว้าว! นี่หรือโอราเคิล สวยสุดๆไปเลย ผิดกับไอ้เมืองสนิมเหล็กนั่นลิบ

โอราเคิลน่ะไม่ใช่เมืองหรอกนะ แต่เป็นเหมือนกับสภากลางของพวกนักเวทย์ นักทำนาย นักวิทยาศาสตร์ และอาณาจักรต่างๆ มารวมกันเป็นดินแดนใหญ่ดินแดนหนึ่ง

ใช่แล้ว จุดประสงค์นั้นก็เพื่อรวมตัวกัน และหยุดยั้งการรุกรานของพวกเจเนซิส

คาลิสโตที่นิ่งเงียบมานานพูดขึ้นมาบ้าง

รีบหน่อยเถอะเลวิน ป่านนี้ท่านมาเรียคงรอแย่แล้ว

ครับ

เลวินสั่งให้ฟอสท์ค่อยๆบินร่อนลงที่ระเบียงยาวของปราสาทสีขาวนั้น ไกลลิบตา คือหญิงสาวในชุดลูกไม้สีขาวที่โบกมืออยู่ ฟอสท์บินต่ำลงเรื่อยๆ และถึงพื้นในที่สุด ทันทีที่คาลิสโตกระโดดลงจากหลังฟอสท์ มาเรียก็วิ่งโผเข้ามากอดอย่างลืมตัว

บ้าจริง! ทำไมท่านถึงกลับมาช้าแบบนี้

มาเรียน้ำตาคลอเบ้าด้วยความดีใจ เมื่อได้เห็นหน้าคาลิสโต

เอ่อ...อ่า......ท่านมาเรีย...

คาลิสโตตกใจจนทำอะไรไม่ถูก มาเรียเองก็ดูจะตกใจในการกระทำของตนเองไม่น้อย จึงรีบผละออกมายืนห่างไปเล็กน้อยใบหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอาย พลางเหลือบไปเห็นรีลิสซึ่งกำลังยืนมองอะไรเรื่อยเปื่อย

เด็กคนนี้... รีลิสอย่างนั้นหรือ?

มาเรียมองรีลิสสีหน้าครุ่นคิด

เด็กคนนี้ คือริลิสในคำพยากรณ์

ท่านมาเรีย เด็กคนนี้น่ะ มีพลังมากมายกว่าที่พวกเราคาดไว้มากนัก เพียงแต่ดูเหมือนว่าเจ้าตัวยังไม่สามารถควบคุมพลังนั้นได้

คาลิสโตพูดแทรกขึ้น

หมายความว่ายังไง ที่ว่าควบคุมพลังไม่ได้

มาเรียทำหน้าสงสัย

ก่อนที่พวกเราจะมาถึงที่นี่ รีลิสได้แสดงพลังนั้นให้พวกเราได้เห็นครั้งหนึ่งแล้ว แต่หลังจากนั้นเธอก็สลบไปเป็นวันเลย

เฮ้อ...แล้วนี่พวกเราจะยืนคุยกันอยู่อย่างนี้น่ะเหรอ?

วิลเลี่ยมที่ยืนอยู่ข้างหลังพูดขัดขึ้นมา

อุ๊ย! ขออภัย แล้วนี่ใครกันหรือคาลิสโต?

ก็... ก็เป็นแค่เด็กนำทางที่อยากรู้อยากเห็นคนหนึ่งที่เก็บตกมาจากจักรวรรดิ ไม่มีอะไรเป็นพิเศษครับ

คาลิสโตพูดทำนองประชดประชัน

อย่างนั้นหรือ

มาเรียค่อยเดินเข้าไปหาวิลเลี่ยมพร้อมกับยิ้มให้

ขอบใจมากนะจ๊ะ ที่ช่วยพาพวกคาลิสโตมาจนถึงที่นี่ได้

วิลเลี่ยมหลบสายตามาเรียด้วยความเขินนิดๆ

ชะ... ช่างมันเถอะ! ยังไงฉันก็อยากจะออกมาจากเมืองบ้าๆนั่นอยู่แล้ว

มาเรียหัวเราะเบาๆเพราะท่าทางเขินอายของวิลเลี่ยม

เอาล่ะ พวกเจ้าก็ไปพักผ่อนกันก่อนเถอะ เดินทางมาเหนื่อยแล้ว พรุ่งนี้เรายังมีเรื่องที่ต้องทำกันอีกมาก...

มาเรียสั่งให้ทหารสองคนนำทางทั้งหมดไปยังห้องพักที่จัดไว้ล่วงหน้า พลางอมยิ้มด้วยความดีใจ

.

เสียงสุนัขป่าหอนดังมาแต่ไกลจากชายป่าทางด้านตะวันออก คาลิสโตยืนเหม่ออยู่คนเดียวบนระเบียงท่ามกลางแสงจันทร์สลัวกับเสียงคลื่นที่ซัดกระทบฝั่ง

คิดอะไรอยู่หรือ?

มาเรียในชุดเสื้อคลุมยาวสีขาวค่อยๆเดินเข้ามาหาคาลิสโต

ท่านมาเรีย...

คาลิสโตทำท่าจะคุกเข่า แต่มาเรียกลับปรามเอาไว้

ไม่ต้องเป็นพิธีรีตองอะไรนักหรอก...

รีลิส หลับไปแล้วหรือครับ?

คาลิสโตถามขึ้น

หลับไปแล้วล่ะ เธอคงจะเพลียจากการเดินทางมาก

น่าสงสารนะครับ... เจ้าตัวจะรู้ไหมนะ ว่าจะต้องแบกรับชะตากรรมของคนทั้งโลกเอาไว้

คาลิสโตถอนหายใจยาว แววตาแสดงความเห็นใจ มาเรียเดินเข้ามายืนอยู่ข้างๆสายตาจ้องมองออกไปในท้องฟ้ายามราตรี

นี่... คาลิสโต...

ยังไม่ทันที่คาลิสโตจะได้พูดอะไร มาเรียก็เข้ามากอดแน่น ทั้งสองคนโอบกอดกันโดยไม่กลัวว่าจะมีสายตาผู้ใดเห็น

วันนี้ฉันดีใจมากเลยนะ ที่ท่านกลับมาอย่างปลอดภัย

คาลิสโตได้แต่เงอะงะทำอะไรไม่ถูก

ขออยู่แบบนี้อีกสักพักได้มั้ย

คาลิสโตพยักหน้าแต่โดยดี มาเรียหลับตายิ้มอย่างอบอุ่น บนระเบียงที่มีเพียงเขาและเธอเพียงสองคน

Comment

Comment:

Tweet