2007/Apr/17

คาลิสโตกับเลวินกำลังปรึกษากันถึงวิธีที่จะออกไปจากอาณาเขตจักรวรรดิโดยเร็วที่สุด เพราะป่านนี้ประกาศจับกับเงินรางวัลคงจะแพร่สะพัดไปทั่วแล้ว

จากจุดนี้ไปจนถึงหุบเขาตรงด้านตะวันออก ยังเป็นเขตของจักรวรรดิอยู่

วิลเลี่ยมหยิบกิ่งไม้ชี้ไปที่แผนที่เก่าๆ ที่ไม่ได้รับการอัพเดตของเลวิน

ทางออกไปจากหุบเขา ก็มีอยู่แค่สองทาง ก็คือนี่

วิลเลียมชี้ไปที่รูปทางเดินในแผนที่

ช่องเขาขาดตรงนี้สะดวกที่สุด แต่ก็มีด่านตรวจอยู่ กับอีกทางหนึ่ง...

วิลเลี่ยมหยุดพูด พลางสูดลมหายใจเฮือกใหญ่

ทางนี้ไม่แนะนำให้ผ่านไป ไม่ว่ากรณีใดๆ

หมายความว่ายังไง ผ่านไม่ได้อย่างนั้นเหรอ?

คาลิสโตพยายามถามซ้ำ

ก็หมายความตามนั้นแหละ มันอันตรายเกินไป แม้แต่ทหารของจักรวรรดิเอง ก็ยังไม่คิดจะใช้เส้นทางนั้นเลย

แต่ว่าเราใช้เส้นทางด่านตรวจไม่ได้แล้วนะ ไม่อย่างนั้นพวกนั้นจะคาดเดาเส้นทางของเราได้

การประชุมเรื่องแผนการเดินทางผ่านไปเกือบชั่วโมง จนริลิสงีบหลับไปด้วยความเพลีย สุดท้ายก็สรุปได้ว่าจะไปทางที่วิลเลี่ยมบอกว่าอันตราย เนื่องจากว่าไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว

เอางั้นก็ได้! แต่เกิดอะไรขึ้นฉันไม่รับรู้ด้วยนะ

วิลเลี่ยมแอบรู้สึกฉุนในใจที่เตือนใครก็ไม่มีใครฟัง แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่เคยได้เห็นสภาพเส้นทางภายในนั้นมาก่อนเช่นเดียวกัน เคยได้ยินจากทหารเล่ากันเท่านั้น บางทีมันอาจจะเป็นเพียงแค่เรื่องโกหกพกลมของพวกทหารก็ได้

ดวงจันทร์เริ่มฉายแสง ค่ำคืนใหม่กำลังย่างกรายเข้ามา เบื้องหน้าของพวกคาลิสโตคือประตูหินบานใหญ่สลักลวดลายอันวิจิตรพิสดาร ตรงกลางบานประตูเป็นตราขนาดใหญ่รูปดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ประดับอัญมณีหลากหลายชนิดสะท้อนแสงไฟจากคบเพลิงของวิลเลี่ยม ส่องประกายระยิบระยับ

ที่นี่คือ สุสานราชวงศ์แห่งกลาสเซล

วิลเลี่ยมพูดขึ้นด้วยแววตาที่บ่งบอกความกังวลในใจ

ไปกันเถอะ

คาลิสโตกับเลวินพยายามดันประตูให้เปิดยู่นาน เสียงเคลื่อนตัวของประตูที่เสียดสีกับพื้น ดังชวนหนวกหู ราวกับว่ามันไม่ได้เปิดใช้มานานหลายปีแล้ว ทันทีที่ประตูเปิดออก ไอร้อนและกลิ่นสาบแปลกๆก็ลอยเข้ามาปะทะกับหน้าของคาลิสโตทันที มีบันไดทางลงทอดยาวลึกลงไปในความมืดมิดคล้ายกับหลุมขนาดใหญ่มหึมา คาลิสโตค่อยๆก้าวระวังไม่ให้คบเพลิงดับ ตามด้วยวิลเลี่ยม รีลิส และ เลวินปิดท้ายขบวน

เมื่อลงถึงพื้นราบก็กลายเป็นทางเดินยาว ทางเบื้องหน้านั้นสร้างความตื่นตะลึงให้กับทุกคน มันรายล้อมด้วยโลงศพหลายสิบหลายร้อยโลง ทั้งความชื้นแฉะ และอากาศที่น้อยทำให้หายใจลำบาก ทำให้ไม่มีใครพูดอะไรกัน ตลอดทางที่เดินทีแต่โลงศพทั้งเล็กและใหญ่

จากที่เคยฟังมา สุสานนี้ถูกสร้างมานานกว่าพันปีแล้ว แต่ตั้งแต่เจเนซิสยึดอำนาจ ก็ไม่มีการเปิดใช้สุสานนี้อีกเลย

เลวินพยายามเล่าเรื่องเพื่อทำลายความเงียบ แต่แล้วเลวินก็พูดขึ้นด้วยเสียงน่าตกใจ

เงียบ!

เกิดอะไรขึ้น

เหมือนว่าจะมีอะไรบางอย่างตามหลังเรามา

หรือว่าจะเป็นทหารจักรวรรดิ??

เลวินเงี่ยหูฟังอีกครั้งให้แน่ใจ แม้ว่าจะหูดีสู้เอลฟ์แท้ๆไม่ได้ แต่ฮาล์ฟเอลฟ์อย่างเลวินก็ยังหูดีกว่ามนุษย์ธรรมดามากนัก ท่ามกลางความเงียบนั้นเอง กลับบังเกิดเสียงดังโครมครามเหมือนมีของใหญ่ๆหล่นลงกับพื้น

คราวนี้ทุกคนต่างก็ได้ยินเสียงเหมือนกัน เสียงอะไรบางอย่างหล่นแตกดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ และเรื่อยๆจนเด่นชัดขึ้น ทุกๆคนรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีเสียแล้ว ต่างหยิบอาวุธประจำตัวขึ้นมาเตรียมพร้อม

ทันใดนั้น โลงศพที่อยู่ข้างๆก็แตกออกพร้อมกัน พร้อมกับซากโครงกระดูกที่ลุกออกมาเดินราวกับมีชีวิต แสงไฟที่สาดส่องของคบกระทบกับสีขาวโพลนของกระดูกผุๆนับร้อยๆที่เข้าโอบล้อมพวกของคาลิสโตจนไร้ซึ่งทางหนี

นี่มันเกิดบ้าอะไรกันขึ้นเนี่ย!

วิลเลี่ยมชักมีดที่ข้างเอวออกมาฟันกระดูกที่กระโดดเข้ามาใกล้ ในขณะที่เลวินคว้าธนูยิงกระเด็นไปสองตัว

นี่ไม่ใช่เวลามาเถียงกันนะ!

ระหว่างนั้นโครงกระดูกทั้งหลายก็ล้อมกรอบเข้ามาเรื่อยๆ และไม่ว่าจะฟันจะแทงเท่าไหร่พวกมันก็ยังฟื้นขึ้นมาได้อีกเสมอๆ ทั้งสี่คนถอยร่นไปจนติดผนัง

แบบนี้ไม่ไหวแน่ๆ!

วิลเลี่ยมร้องออกมา ระหว่างที่กำลังสู้กันอยู่นั่นเอง รีลิสก็พูดขึ้น

มาแล้ว...

หา! เมื่อกี้ว่ายังไงนะ

คาลิสโตสงสัยในคำพูดของรีลิส จนกระทั่งเธอชี้ขึ้นไปในอากาศ คบไฟของคาลิสโตเผยให้เห็นร่างมืดครึ้มภายใต้ผ้าคลุมและหมวกยาวสีดำสนิท มันลอยอยู่บนอากาศหัวเราะด้วยเสียงแหบๆ ฟังแล้วชวนขนลุก

นี่มัน! ลิชลอร์ด!

วิลเลี่ยมที่กำลังสู้ติดพันอยู่หันมาเห็นเข้าพอดี เลวินผละออกจากพวกกระดูกง้างธนูยิงใส่ทันที แต่ลูกธนูนั้นกลับพุ่งผ่านร่างมันไปราวกับยิงใส่อากาศที่ว่างเปล่า

ท่าทางจะไม่ดีแล้วนะครับ!

เลวินพูดพลางหลบลูกไฟจากไม้เท้าของมัน ในขณะที่คาลิสโตก็กระโดดเข้าฟันมันเต็มแรง แต่ดาบก็ทะลุผ่านร่างของมันไป

แหวกออกไปเลยดีกว่า! อย่าไปสนใจมัน!

วิลเลี่ยมกระโดดฟันโครงกระดูกที่ยืนขวางทางอยู่แล้ววิ่งนำทุกคนฝ่าออกไป แสงจากคบเพลิงส่องให้เห็นทางออกที่อยู่ข้างหน้าห่างไปอีกไม่กี่เมตรเท่านั้น แต่ทว่า จู่ๆขาของทุกคนก็เหมือนมีอะไรมารั้งไว้ไม่ให้ขยับไปไหน

เสร็จกัน มันใช้เวทย์มนต์กับพวกเรา

เลวินพูดขึ้น ตอนนี้ร่างกายของทุกคนไม่สามารถขยับได้เลยแม้แต่น้อย พวกโครงกระดูกอมตะก็เดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ในสถานการณ์แบบนี้คาลิสโตก็แทบจะไม่สามารถทำอะไรได้เลย

ทันใดนั้น มีบางอย่างเกิดขึ้นกับร่างของรีลิส แสงสว่างวาบออกมาจากอก ดวงตาสีแดงค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีฟ้า

ไลท์...

เสียงเล็กๆของริลิสเปล่งออกมา ในพริบตานั้น แสงวาบสีขาวโพลนก็ระเบิดออก อุโมงค์ที่มืดมิดกลับกลายเป็นสว่างจ้าราวกับกลางวัน ควันสีดำที่จับตามตัวของทุกคนเริ่มสลายไป ลิชลอร์ดกำลังทุรนทุรายเพราะแสงสว่าง

ตอนนี้ล่ะ เลวิน! จัดการเลย!

คาลิสโตตะโกนออกมาขณะที่เลวินง้างธนูขึ้นเล็ง ลูกธนุพุ่งออกไปกระทบกับผลึกสีแดงที่หัวไม้เท้าของมันพอดี เสียงกรีดร้องดังลั่นสุสาน แสงค่อยๆจางลง รอบข้างมืดลงอีกครั้ง รีลิสหลับตาลงแล้วล้มหมดสติไป โครงกระดูกที่อยู่รอบๆก็ร่วงลงกองบนพื้น คาลิสโตอุ้มรีลิสที่ยังไม่ได้สติวิ่งนำทุกคนออกไปทันที

รีบไปเร็ว!

ทุกคนวิ่งตามคาลิสโตขึ้นบันไดหลายสิบขั้น ดันประตูเปิดออกอย่างง่ายดายแล้วรีบปิดทันที กลไกของประตูเริ่มทำงานปิดตายสุสานแห่งนี้ไปตลอดกาล

ทุ่งหญ้านอกสุสาน สายลมพัดผ่านเป็นระยะๆ ดวงจันทร์ยังคงลอยอยู่เหนือหัว คาลิสโตปักดาบลงกับพื้น วางร่างรีลิสลงพร้อมกับก้มลงดูอาการ

เฮ้ เฮ้! เป็นยังไงบ้าง รีลิส

เลวินเดินเข้ามาตรวจดู

ไม่เป็นไรหรอกครับคุณคาลิสโต แค่หลับไปน่ะครับ

วิลเลี่ยมนอนแผ่หราอย่างเหนื่อยล้าอยู่กลางทุ่ง

ทีหลัง เตือนอะไรไป ก็หัดเชื่อกันมั่งนะ พวกนายน่ะ

ช่างเป็นสถานที่ที่น่ากลัวจริงๆ

เลวินหันไปมองสุสานอีกครั้งและหวนคิดถึงเหตุการณ์เมื่อครู่

พลังนั่นมาจากริลิสอย่างนั้นเหรอ

คาลิสโตนั่งพัก และทอดสายตามองใบหน้ายามหลับของรีลิส

เฮ่อ พอมาดูแบบนี้ก็เป็นแค่เด็กผู้หญิงธรรมดาๆนะ

.

ไกเซอร์ พบตัวรีลิสแล้ว ตอนนี้อยู่บริเวณทางออกสุสานกษัตริย์

เอ็กเซลรับสัญญาณจากจอมอนิเตอร์พร้อมกับตะโกนบอกไกเซอร์

ไม่เลวนี่นา เจ้าพวกนั้นฝ่าสุสานออกมาได้

วาเลนติโน่ที่กำลังแกว่งดาบออกกำลังกายอยู่ หัวเราะขึ้นมาอย่างชอบใจ

แล้วจะเอายังไงต่อล่ะ ไกเซอร

ฟริกริตนั่งเท้าแขน สีหน้าดูเบื่อหน่าย

รอดูไปอีกหน่อยแล้วกัน ตอนนี้ฉันกำลังรู้สึกสนุกอยู่


Comment

Comment:

Tweet