2007/Apr/15

วิหคยักษ์เลเฟรียบินวนอยู่สองสามรอบก่อนที่จะร่อนลงมายังพื้นที่แถบชายป่าห่างจากหอคอยอิควินน็อกซ์ไม่มากนัก คาลิสโตอุ้มรีลิสกระโดดลงจากหลังเลเฟรียพร้อมกับพูดกับชายลึกลับคนนั้น


เกือบไม่ทันเวลาแล้วนะ เลวิน

ครับ ขออภัยที่คลาดเคลื่อนไปนิด เพราะว่าลมแรงจัด

ชายที่ชื่อเลวินผู้นั้นกระโดดลงจากนกยักษ์อย่างคล่องแคล่ว ชุดประหลาดที่ทอมาจากขนและหนังสัตว์หลากหลายชนิด นัยน์ตาสีฟ้าอ่อนเป็นประกาย ใบหน้าเยาว์วัย แต่ดูราวกับกรำศึกมาอย่างโชกโชน ผมสีน้ำตาลเปลือกไม้ อันเป็นลักษณะของเอลฟ์ มีเพียงใบหูที่เหมือนมนุษย์นั้นเองที่บ่งบอกว่าชายผู้นี้ไม่ใช่เอลฟ์ แต่เป็นลูกครึ่งเอลฟ์หรือที่เรียกว่าฮาล์ฟเอลฟ์

เลวินจ้องมองรีลิสอย่างพินิจพิเคราะห์

นี่เหรอครับ รีลิสในคำทำนาย เด็กกว่าที่คิดไว้แฮะ

รีลิสจ้องเลวินกลับด้วยความแปลกใจเช่นกัน ใบหน้าของริลิสไร้อารมณ์อยู่เสมอๆ ทำให้เลวินรู้สึกแปลกๆพอได้มองหน้าเธอ จากนั้นเลวินก็เลิกสนใจริลิสและหันหลับมาคุยกับคาลิสโต

จากจากจุดนี้ไปจนถึงโอราเคิล เราคงต้องเดินเท้ากันอีกสักสามถึงสี่วันนะครับ

อ้าว แล้วทำไมไม่ขี่เจ้านกนี่ ไปให้ถึงทีเดียวเลยล่ะ?

คาลิสโตถามขึ้นด้วยความสงสัย

ที่นี่เป็นเขตแดนของเลเฟรีย มันไม่ยอมไปไหนไกลกว่านี้แล้วล่ะครับ

เลวินพูดพร้อมกับบอกให้เลเฟรียบินกลับไป เจ้านกยักษ์ผงกหัวอย่างแสนรู้ จากนั้นก็กางปีกและพุ่งทะยานขึ้นฟ้าบินหายลับไป เลวินเป็นเอลฟ์ที่รู้ภาษาสัตว์ สัตว์ทุกตัวในป่าจึงเป็นเพื่อนกับเขา

ถ้าอย่างนั้น ขากลับ เราคงไม่ปลอดภัยเท่าไหร่แล้ว

ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ ขอเพียงแค่พ้นเขตปกครองของพวกจักรวรรดิไปได้ ผมจะหาพาหนะใหม่ใช้เดินทางเองครับ

เลวินอธิบาย แต่คาลิสโตก็ยังคงรู้สึกระแวดระวังอยู่ในใจ เพราะว่าป่านนี้ เรื่องของตัวเขาเองอาจจะกระจายไปทั่วเขตปกครองจักรวรรดิ์แล้วก็ได้

อืม คงไม่มีทางเลือก จากนี้ไปพวกเราก็ต้องระวังให้มากขึ้น

วิลเลี่ยม วิล เป็นประชากรหนึ่งในหลายแสนคนที่อาศัยอยู่ในเมืองขยะ บริเวณอาณาเขตชายขอบของจักรวรรดิ กลิ่นสนิมเหล็ก เสียงไอน้ำ ขยะกองโตที่เหลือทิ้งจากหัวเมือง และอาชญากรรมที่เกิดขึ้นทุกวี่ทุกวัน นี่คือเมืองที่เขาเกิดมา ถึงแม้ว่ามันจะไม่สวยหรูนัก แต่ทว่ามันก็สร้างให้เขาแข็งแกร่งขึ้นมาท่ามกลางสภาวะสังคมแห่งปลาใหญ่กินปลาเล็ก

วิลเลี่ยม วิล กำพร้าพ่อและแม่ เขาเติบโตขึ้นในย่านสลัมโดยมีคนในย่านนั้นเป็นผู้อุปการะ แต่วิลเลี่ยมไม่เคยคิดว่าการที่ตัวเองกำพร้านั้นเป็นเรื่องแย่ บางทีมันอาจจะนานจนลืมความเสียใจไปแล้วก็ได้ ทุกวันนี้เขาจึงใช้ชีวิตที่เต็มไปด้วยความน่าเบื่อ ด้วยการรับจ้างงัดแงะ ขโมยของตามบ้านเรือนในเขตเมืองใหญ่ หรือแม้กระทั่งเข้าไปขโมยอาวุธของทหารในเขตหอคอยออกมาขาย

ภายใต้เงาของหออิควินน็อกซ์ที่บดบังเมืองทั้งเมือง ทุกๆวัน วิลเลี่ยมต้องไปยังจุดที่สูงที่สุดของเมืองเพื่อมองดูดวงอาทิตย์ยามเช้า เศษเหล็กที่กองจนสูงพะเนินเป็นภูเขาลูกมหึมา และจุดสูงสุดนั้นเอง คือสถานที่แห่งเดียวที่จะมองเห็นดวงอาทิตย์สีเหลืองทอง ก่อนที่เงาของหอคอยจะบดบังแสงนั้นไป มันเป็นสถานที่ลับที่เขาไม่เคยบอกใคร และก็ไม่เคยมีใครรู้

วิลเลี่ยม วิล คิดมาตลอดว่าสักวัน เขาจะต้องออกจากเมืองนี้ ไปยังสถานที่ที่จะสามารถเห็นดวงอาทิตย์ได้นานและสวยกว่านี้ เขาต้องการที่จะต่อสู้และตายอย่างมีความหมาย มากกว่าที่จะต้องใช้ชีวิตอย่างน่าเบื่อไปวันๆภายในเมืองที่คอยแต่จะลิดรอนความฝันของเขาไปเรื่อยๆ เมื่อเติบโตขึ้น วิลเลี่ยม รอคอยตัวแปรที่จะเข้ามาในชีวิตของเขามาตลอดสิบห้าปี

วันนี้ก็เป็นเหมือนทุกๆวัน วิลเลี่ยมยังคงนั่งอยู่ที่นี่เพื่อมองดวงอาทิตย์ แต่สิ่งที่ต่างออกไป กลับเป็นกลุ่มคนท่าทางน่าสงสัยเหมือนกับที่อยู่ในใบปลิวประกาศจับของทหาร กำลังเดินผ่านมาทางกองขยะลับของเขา ความจริง ตัวเขาเองก็ไม่ชอบพวกจักรวรรดิเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พอมีข่าวคนร้ายป่วนอิควินน็อกซ์เมื่อคืนที่ผ่านมา วิลเลี่ยมจึงแอบสะใจเล็กๆ

เฮ้!

ชายคนหนึ่งในกลุ่มตะโกนเรียกเขา

คือ พวกเรากำลังหลงทางน่ะ เธอพอจะรู้ทางออกจากเมืองนี้ไหม?

ใช่แล้ว นี่ต้องเป็นพวกที่ทางการติดประกาศจับอยู่แน่นอน วิลเลี่ยมมองดูคนเหล่านั้นทีละคนๆ ผู้ชายผมยาวในชุดผ้าคลุม ผู้ชายแต่งตัวแปลกๆกับธนูไม้เก่าๆ แล้วก็เด็กผู้หญิงกับโซ่ตรวนที่ขาดวิ่น ช่างเป็นกลุ่มคนที่มีแต่จุดน่าสงสัย หากวิลเลี่ยมนำเบาะแสคนเหล่านี้ไปแจ้งกับทางการ คงจะได้เงินจำนวนมากพอที่จะเอาไปใช้เล่นได้เป็นเดือนเลยทีเดียว

พี่ชายหลงทางมาจากไหนกันล่ะเนี่ย ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน


วิลเลี่ยมแกล้งถามเชิงลองใจ ชายสองคนมองหน้ากัน ก่อนที่จะหยิบถุงผ้าออกมาจากกระเป๋าสะพายและยื่นให้วิลเลี่ยม

เงินเท่านี้พอไหม? เราจะจ้างนายให้ช่วยพาเราออกจากเมืองไปยังชายแดนจักรวรรดิ

สิ่งที่วิลเลี่ยมเกลียดเป็นอย่างที่สอง รองจากพวกจักรวรรดิ คือคนจำพวกคิดว่าเงินจะซื้อได้ทุกอย่างแม้แต่น้ำใจคน วิลเลี่ยมรู้สึกดูแคลนคนกลุ่มนี้ขึ้นมาเล็กน้อย แต่ตัวเขาเองก็ต้องมีภาระในการใช้เงินเช่นเดียวกัน จึงรับเอาไว้ด้วยความไม่เต็มใจนัก

วิลเลี่ยมพาคนเหล่านั้นลัดเลาะไปตามตรอก ซอกซอยต่างๆ ทั้งมุด และปีน เพื่อไปให้ถึงประตูเขตแดนที่เต็มไปด้วยทหารยืนรักษาความปลอดภัยอยู่อย่างแน่นขนัด เดิมทีนั้น จักรวรรดิค่อนข้างเข้มงวดกับผู้ที่เข้าออกชายแดนอยู่แล้ว เพียงแต่วันนี้จำนวนทหารมากกว่าเดิมเป็นกรณีพิเศษ วิลเลี่ยมแอบมองอยู่ในระยะห่าง

ดูสิ ไม่ใช่ว่าจะออกไปง่ายๆหรอกนะ ทหารเต็มไปหมดแบบนี้

วิลเลี่ยมกำลังจะหันไปพูดกับคณะลูกทัวร์ของเขา แต่ชายสองคนนั้นกลับกระโดดวิ่งออกไปยังบริเวณประตูผ่านแดนอย่างไม่เกรงกลัวอันตรายใดๆทั้งสิ้น ชายผมยาวคนนั้นตวัดดาบอย่างรวดเร็วกว่าที่ปืนจะลั่นกระสุนได้ทัน ในขณะที่ผู้ชายที่ถือธนูก็ยิงได้แม่นยำราวจับวาง เพียงครู่เดียวเท่านั้น ทหารทั้งหมดก็ลงไปนอนกองกับพื้น ช่างเป็นกลุ่มคนที่ร้ายกาจกว่าที่วิลเลี่ยมคิดนัก

เอาล่ะ ต้องรีบไปก่อนที่พวกนั้นจะแห่กันมาอีก ขอบใจเจ้ามากนะ

ชายผมยาวแตะไหล่วิลเลี่ยมก่อนที่จะพาเด็กผู้หญิงคนนั้นเดินออกไปนอกประตู วิลเลี่ยมรู้สึกว่าสิ่งที่ตัวเองเคยฝันถึงมาตลอดได้มาอยู่ตรงหน้าแล้ว คนเหล่านั้นคือตัวแปรที่เขาไฝ่หา เขาหันกลับไปด้านหลัง เบื้องหลังนั้นเป็นภาพของเมืองและหอคอยอิควินน็อกซ์ที่ทอดเงายาวมาจนถึงสุดปลายประตู

โอกาสครั้งเดียวที่เขาจะได้ทำสิ่งที่เคยฝันไฝ่มาตลอด คือครั้งนี้และในตอนนี้ วิลเลี่ยมทอดสายตาอย่างอาลัยให้กับเมืองเกิดของตนเอง ก่อนที่จะตัดสินใจครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตด้วยจิตใจที่แน่วแน่

เดี๋ยวก่อน!

วิลเลี่ยมตะโกนเรียกคนกลุ่มนั้นก่อนที่จะเดินออกประตูไป

ข้าจะไปด้วย! พาข้าไปด้วยคน!

วิลเลี่ยมก้าวขาไปข้างหน้าและเริ่มออกวิ่ง เงาสุดท้ายของหอคอยทมิฬผ่านร่างของเขาไป นี่เป็นการก้าวครั้งสำคัญของเด็กชายคนหนึ่งซึ่งในภายหน้าจะกลายเป็นบุคคลสำคัญของประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของอวาลอน

Comment

Comment:

Tweet